Recent Posts

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2559

หญิงสาวชาวปากีสถานถูกฆ่าตายในคืนวันแต่งงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยเจ้าบ่าวจะเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ จึงตามไล่ล่าตัวจนพบในที่สุด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (8 เม.ย. 59) ว่า คานซาดี ลาชารี หญิงสาววัยเพียง 19 ปี ถูกพบเป็นศพอยู่ในบ้านที่เป็นเรือนหอในสภาพที่ยังแต่งกายด้วยชุดเจ้าสาว ตามร่างกายมีร่องรอยถูกทำร้ายจนเสียชีวิต
หลังผู้เป็นพ่อรู้สึกผิดสังเกตที่ลูกสาวและสามีหายหน้าไปหลังจากเข้าหอ จึงไปหาที่บ้านจนพบศพลูกสาวนอนเสียชีวิตอยู่บนเตียง ขณะที่นายกาลันดา บากช์ คอกฮอร์ ฝ่ายเจ้าบ่าวหายตัวไป
ด้าน พี่ชายของหญิงสาวเชื่อว่า คนร้ายน่าจะร่วมกับพี่น้อง 4 คน ทำร้ายน้องสาวของเขาจนเสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเร่งไล่ล่าตัวจนพบว่า เขาได้เข้าโรงพยาบาลในเมืองจาโคบาบัด เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บจากการถูกยิงที่ขา จึงเข้าทำการจับกุมได้สำเร็จ
โดยเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจซีวิลไลน์เผยว่า ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าได้สังหารภรรยาวัยรุ่นของตนเองจริง โดยการใช้เชือกฝ้ายที่เป็นสายคาดรัดเอวกางเกงซาลวาร์ของเธอ รัดคอเธอจนถึงแก่ความตาย เนื่องจากรู้สึกรับไม่ได้ที่รู้ว่าฝ่ายหญิงไม่บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างที่คาดหวัง
ขอขอบคุณ : metro.co.uk

สมรสเลือด! เจ้าบ่าวฆ่าเจ้าสาวตายในคืนแต่งงาน แค้นที่ ไม่บริสุทธิ์

วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

อดีตทหารผ่านศึกยศร้อยตรีสติไม่ดีฆ่าหั่นศพเมีย พฤติกรรมสุดสยองคว้าขวานฟันหัวเละ มันสมองกระจายเกลื่อน ไม่หนำใจตัดหัวและแขนออกจากร่าง ก่อนถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้ง ชาวบ้านพบศพโร่แจ้งความ บุกค้นบ้านแทบช็อกเจอศพหมา-แมวนับ 10 ตัวถูกฆ่าถลกหนังขึงตามข้างฝา ตำรวจตามรวบได้พร้อมหัวแมวสดๆ เจ้าตัวอ้างลงมือแยกชิ้นส่วนจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเมียเพราะเห็นศพนอนตายอยู่แล้ว

เหตุการณ์สยองขวัญอดีตนายทหารยศร้อยตรีคลุ้มคลั่งฆ่าหั่นชิ้นส่วนภรรยาของตนเอง ก่อนที่จะถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้งข้างทาง โดยถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ธนู ขำโอด สารวัตรเวร สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพผู้หญิงเสียชีวิตอยู่ภายในสระน้ำ หน้าบ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นได้รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังตำรวจชุดสายสืบ สภ.อ.วังทอง หน่วยกู้ภัยบูรพา และแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง

ที่เกิดเหตุพบศพนางบังอร เหรียญสุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สภาพศพเปลือยเปล่านอนคว่ำหน้าจมอยู่ในสระน้ำดังกล่าว จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าลำคอและศีรษะ รวมทั้งแขนทั้งสองข้างถูกของมีคมตัดขาดหายไปจากร่าง จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักของผู้ตายพบว่า บริเวณระเบียงหน้าบ้านมีหนังสุนัขถูกถลกออกมาและถูกตอกตะปูขึงไว้ ส่วนบริเวณเหล็กดัดหน้าต่างของบ้านพักมีร่องรอยถูกทุบจนพัง ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านทั้งตู้ โต๊ะ เตียง ล้มพังเสียหายเกลื่อนทั่วบ้าน บริเวณพื้นบ้านยังมีรอยเลือดและมันสมองกระจายเต็มไปหมด ใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว และขวานขนาดใหญ่มีคราบเลือดติดวางอยู่ นอกจากนี้ยังพบเศษเนื้อ หนังของสุนัขและแมวถูกถลกหั่นทิ้งไว้ในบ้านหลายชิ้นจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วทั้งบ้าน ซึ่งภาพดังกล่าวสร้างความสะอิดสะเอียนต่อเจ้าหน้าที่ และบรรดาไทยมุงที่ไปดูเหตุการณ์นับร้อยคน

ขณะเดียวกันในเวลากระชั้นชิด ตำรวจได้จับกุมตัว ร.ต.บุญงาม เหรียญสุวรรณ อายุ 57 ปี นายทหารนอกราชการ สามีของผู้ตาย ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาอยู่ภายในหมู่บ้าน จากการตรวจค้นพบหัวแมวถูกตัดขาดอยู่ใต้เบาะที่นั่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และยังพบตุ้มหูทองคำอยู่ในถังน้ำมันรถอีก 1 ข้าง

จากการสอบสวน ร.ต.บุญงาม พูดจาให้การวกไปวนมาคล้ายกับคนมีอาการทางประสาทว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ได้พบศพคนตาย แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครนอนอยู่ในบ้านเพราะใบหน้าเละไปหมด แต่พบว่าที่ศพมีตุ้มหูทองคำห้อยอยู่จึงใช้มีดและขวานตัดลำคอและศีรษะออกมาเพื่อแกะตุ้มหูออก ส่วนมือทั้งสองข้างได้ตัดทิ้งไปด้วย จากนั้นจึงลากศพที่เหลือเฉพาะลำตัวและขาของผู้ตายไปทิ้งไว้ในสระน้ำหน้าบ้าน ส่วนศีรษะนำไปวางไว้ริมถนนภายในหมู่บ้านห่างจากจุดที่ทิ้งศพประมาณ 500 เมตร ขณะที่แขนซ้ายได้นำไปโยนทิ้งไว้กลางทุ่งนาห่างจากบ้านพักไปประมาณ 50 เมตร

หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจได้นำตัว ร.ต.บุญงาม ไปค้นหาชิ้นส่วนของศพ พบเพียงแขนซ้ายและหัวของผู้ตายเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อตำรวจได้ตรวจชิ้นส่วนที่พบก็ถึงกับตะลึง เมื่อได้พบกับภาพที่น่าสยดสยอง คือ บริเวณศีรษะของผู้ตายถูกถลกหนังหัวออก ส่วนใบหน้าก็ถูกของมีคมลอกออกไปจนเหลือเห็นแต่เพียงกะโหลกศีรษะ

ทั้งนี้ ร.ต.บุญงาม อ้างว่า ได้ถลกหนังศีรษะของผู้ตายออกไปเพื่อจะนำไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบว่ามีคนตาย แต่เนื่องจากหนังศีรษะส่งกลิ่นเหม็นมากจึงขว้างทิ้งไป และจำไม่ได้ว่าทิ้งที่ไหน ส่วนใบหน้าของผู้ตายที่ลอกออกไปนั้น ได้ขว้างขึ้นไปบนหลังคาบ้านพักของเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง ตำรวจจึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปีนขึ้นไปเพื่อหาใบหน้าของผู้ตาย

ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่า ร.ต.บุญงาม ได้ใช้ขวานฟันที่ศีรษะของผู้ตายจนกะโหลกแตกมันสมองกระจาย จากนั้นได้ลงมือตัดศีรษะ ถลกใบหน้าและหนังศีรษะ พร้อมลงมือตัดแขนทั้งสองข้างออกจากร่างกาย ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนต่างๆ ไปทิ้งทั่วหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากลงมือสังหารผู้ตายแล้ว ร.ต.บุญงาม ยังได้ฆ่าแมวและสุนัขที่เลี้ยงไว้กว่า 10 ตัว โดยตัดศีรษะและถลกหนังทิ้งไว้ทั่วบ้านพัก

พ.ต.ท.ธนู ขำโอด พนักงานสอบสวน สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุศาลจังหวัดพิษณุโลกได้ออกหมายจับ ร.ต.บุญงาม แล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา หรือกระทำการอันเป็นการทารุณกรรม โดยแยกขังเดี่ยวที่ สภ.อ.วังทอง เพราะเกรงว่าหากขังรวมอาจไปทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังหรือก่อเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ส่วนการสอบสวนจะดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยจะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพทางจิตว่าขณะก่อเหตุรู้ตัวหรือควบคุมตัวเองได้หรือไม่

น.พ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ที่ก่อเหตุรายนี้ เป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ส่วนใหญ่จะเกิดอาการจิตหลอนเนื่องจากผ่านประสบการณ์การสู้รบหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบดูประวัติเสียก่อนเพราะยังมีสาเหตุอื่นอีกมากที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการจิตหลอน เช่น ติดสุรา ยาเสพติด ความเครียด และความผิดปกติของสมอง

สำหรับ ร.ต.บุญงาม เคยรับราชการเป็นทหารบก สังกัดกองทัพภาคที่ 3 และเคยผ่านการรบในสมรภูมิบ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อปี 2530 โดยหลังจากปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้น ทำให้สภาพจิตใจไม่ปกติเหมือนเดิม ซึ่งทางหน่วยราชการต้นสังกัดจึงได้ให้ลาออกในปี 2545 โดยเลื่อนยศให้เป็นร้อยตรีและรับเงินบำนาญเดือนละ 18,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังจาก ร.ต.บุญงาม ลาออกจากราชการมาแล้วได้กลับมาอยู่บ้านพักกับผู้ตาย จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.บุญงาม ได้ติดสารระเหยเป็นกาวยี่ห้อ 3 เค มานานกว่า 2 ปี โดยจะมีอาการทางประสาทและมักจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ตายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งในบางครั้งก็ใช้มีดไล่ฟันกันจนเลือดตกยางออก ทำให้เพื่อนบ้านทนอยู่ไม่ได้ต้องย้ายหนีออกไปเพราะกลัวจะเป็นอันตราย

ฆ่าหั่นศพเมียทิ้งทั่วหมู่บ้าน ทหารผ่านศึกคลั่ง ถลกหนังหมาแมว

หนุ่มขอนแก่น คลั่งหึงเมีย ปาดคอ-ใช้สเปรย์พ่น จุดไฟลนซ้ำ บาดเจ็บ ลูกสาว 2 คนโดนด้วย ก่อนขังไว้ในบ้าน ตร.รุดช่วย ปลอดภัย พบเลี้ยงพิตบูลในบ้าน 4 ตัว ติดวงจรปิดรอบบ้าน ห้ามชายอื่นเข้าใกล้เมีย ...

เมื่อเวลา 07.00 น. พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พ.ต.ท.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รองผกก.ป. พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำพิโล รอง ผกก.สส. สภ.เมืองขอนแก่น รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ย่อยบ้านทุ่ม ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง ว่า มีเหตุ พ่อ ทำร้าย ลูกและภรรยา แล้วยังขังไว้ในบ้าน ที่ ต.แดงใหญ่ อ.เมือง จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ กว่า 30 นาย พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย เข้าทำการช่วยเหลือ

เมื่อไปถึงพบว่า บ้านหลังดังกล่าวมีบ้านสองชั้นครึ่งปูน ครึ่งไม้ มีรั้วรอบ และเลี้ยงสุนัข พิทบูล 4 ตัว จึงไม่สามารถเข้าไปได้ ภายในบ้านมีเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือตลอดเวลา ซึ่งบ้านหลังดังกล่าว มีนายโจ (นามสมมติ) อายุ 37 ปี เป็นเจ้าของบ้าน อาศัยอยู่กับภรรยา และลูกสาวอีก 2 คน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุด ปส.สภ.เมืองขอนแก่น เข้าเกลี้ยกล่อมให้ นายโจ ปล่อยตัวภรรยาและลูก แต่ไม่เป็นผล ทั้งยังอาละวาดอยู่ภายในบ้าน จากนั้นได้วิ่งขึ้นไปบนชั้นสอง ทุบประตู หน้าต่าง และปีนหน้าต่าง ขึ้นไปยืนบนหลังคา ก่อนที่จะกระโดดลงมา กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเอาไว้ได้ และถูกนำตัวไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เข้าช่วยเหลือภรรยาและลูกสาวของนายโจ ก่อนนำส่งที่ รพ.ศูนย์ขอนแก่น เพื่อทำแผล โดยลูกสาวคนโตอายุ 17 ปี ถูกแผลถูกของมีคมปาดที่ลำคอข้างซ้าย เนื้อตัว ใบหน้าปากเขียวช้ำ ลูกสาวคนเล็กอายุ 11 ปี ถูกทุบตี มีรอยเขียวช้ำทั่วร่างกาย ส่วนภรรยาตามร่างกายมีรอยไหม้เกรียม รอยเขียวช้ำ ใบหน้าบวม ลำคอมีรอยถูกของมีคมบาด มีรอยไหม้ ซึ่งแพทย์ได้ทำแผลให้จนทุกคนปลอดภัย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เชิญแพทย์จิตแพทย์มาที่ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อพบและพูดคุยกับแม่ลูกที่ถูกทำร้าย ซึ่งพบว่า ภรรยาถูกนายโจ ทำร้ายมาตั้งแต่ปีใหม่ สภาพจิตใจย่ำแย่ ซึ่งต้องวางแผนดูแลต่อไป เพราะเป็นเรื่องครอบครัว ซึ่งละเอียดอ่อน

ขณะที่ พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เผยว่า นายโจ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไประงับเหตุกรณีทำร้ายร่างกายภรรยามาหลายครั้งแล้ว พอตำรวจไป ก็เลิกทำ ภรรยาเองก็ไม่เคยแจ้งความ เนื่องจากสามีระแวงภรรยาจะนอกใจ จึงซื้อสุนัขพิตบูลมาเลี้ยง ติดกล้องวงจรปิดรอบบ้าน ป้องกันไม่ให้ชายอื่นเข้ามาในบ้าน และนายโจ ก็เริ่มเสพยาบ้าวันละหลายเม็ด ตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ พอวันที่ 13 เมษายน ก็ลงทำร้ายภรรยา พร้อมกับใช้สีสเปรย์พ่นใส่ร่างกายภรรยา แล้วจุดไฟเผา เมื่อไฟเจอกับสเปรย์ก็จะเกิดไฟ แล้วไฟก็ไหม้ตามตัว ทั้งยังใช้มีดทำครัวปาดคอแล้วฉีดสเปรย์จุดไฟเผาซ้ำ แขนขาใช้มีดกรีดจนเลือดไหล บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.รักษาตัว จนแผลหาย เพิ่งกลับบ้านหลังสงกรานต์

จากการสอบสวนภรรยา ทราบว่า ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุหลานชายมาเยี่ยมที่บ้าน นายโจเห็น เกิดความหึงหวง จึงทุบตี ทั้งยังปาดคอลูกสาวคนโตด้วย เพื่อนบ้านจึงโทรศัพท์แจ้งขอความช่วยเหลือไปที่ 191 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไประงับเหตุ ช่วยเหลือแม่ลูกออกมา แต่ก็ช่วยลำบาก เพราะสุนัขพิตบูล 4 ตัวจะกัด กระทั่งสามารถช่วยได้ในที่สุด

โหดร้าย - ดุร้าย !! หยุด​ยั้ง​ความ​รุนแรง​ใน​ครอบครัว - ผมจับได้ว่าเมียผมมีชู้ ทำไงดีครับ

ขอแสดงความเสียใจกับพระเอกหนุ่ม อั้ม อธิชาติ ชุมนานนท์ ที่ต้องสูญเสียคุณพ่อวีระพงษ์ ชุมนานนท์ ไปด้วย โรคเส้นเลือดในสมองตาย ในวัย 70 ปี โดยกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพ คุณพ่อวีระพงษ์ จะจัดขึ้นที่ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร บางเขน ตั้งแต่วันนี้ (17 พ.ค.) เวลา 17.00 น. เป็นพิธีรดน้ำศพ และเวลา 19.00 น.

 พิธีสวดพระอภิธรรม และในวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค. เวลา 14.00 น. เป็นพิธีฌาปนกิจ

เสียแล้ว! ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองตาย