วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ฆ่าหั่นศพเมียทิ้งทั่วหมู่บ้าน ทหารผ่านศึกคลั่ง ถลกหนังหมาแมว

อดีตทหารผ่านศึกยศร้อยตรีสติไม่ดีฆ่าหั่นศพเมีย พฤติกรรมสุดสยองคว้าขวานฟันหัวเละ มันสมองกระจายเกลื่อน ไม่หนำใจตัดหัวและแขนออกจากร่าง ก่อนถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้ง ชาวบ้านพบศพโร่แจ้งความ บุกค้นบ้านแทบช็อกเจอศพหมา-แมวนับ 10 ตัวถูกฆ่าถลกหนังขึงตามข้างฝา ตำรวจตามรวบได้พร้อมหัวแมวสดๆ เจ้าตัวอ้างลงมือแยกชิ้นส่วนจริง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเมียเพราะเห็นศพนอนตายอยู่แล้ว

เหตุการณ์สยองขวัญอดีตนายทหารยศร้อยตรีคลุ้มคลั่งฆ่าหั่นชิ้นส่วนภรรยาของตนเอง ก่อนที่จะถลกหนังหัวและใบหน้าโยนทิ้งข้างทาง โดยถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ธนู ขำโอด สารวัตรเวร สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพผู้หญิงเสียชีวิตอยู่ภายในสระน้ำ หน้าบ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก จึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นได้รุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังตำรวจชุดสายสืบ สภ.อ.วังทอง หน่วยกู้ภัยบูรพา และแพทย์เวรโรงพยาบาลวังทอง

ที่เกิดเหตุพบศพนางบังอร เหรียญสุวรรณ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 31 หมู่ 11 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก สภาพศพเปลือยเปล่านอนคว่ำหน้าจมอยู่ในสระน้ำดังกล่าว จากการชันสูตรพลิกศพพบว่าลำคอและศีรษะ รวมทั้งแขนทั้งสองข้างถูกของมีคมตัดขาดหายไปจากร่าง จากการสันนิษฐานเบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักของผู้ตายพบว่า บริเวณระเบียงหน้าบ้านมีหนังสุนัขถูกถลกออกมาและถูกตอกตะปูขึงไว้ ส่วนบริเวณเหล็กดัดหน้าต่างของบ้านพักมีร่องรอยถูกทุบจนพัง ขณะที่เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านทั้งตู้ โต๊ะ เตียง ล้มพังเสียหายเกลื่อนทั่วบ้าน บริเวณพื้นบ้านยังมีรอยเลือดและมันสมองกระจายเต็มไปหมด ใกล้กันพบมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว และขวานขนาดใหญ่มีคราบเลือดติดวางอยู่ นอกจากนี้ยังพบเศษเนื้อ หนังของสุนัขและแมวถูกถลกหั่นทิ้งไว้ในบ้านหลายชิ้นจนส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วทั้งบ้าน ซึ่งภาพดังกล่าวสร้างความสะอิดสะเอียนต่อเจ้าหน้าที่ และบรรดาไทยมุงที่ไปดูเหตุการณ์นับร้อยคน

ขณะเดียวกันในเวลากระชั้นชิด ตำรวจได้จับกุมตัว ร.ต.บุญงาม เหรียญสุวรรณ อายุ 57 ปี นายทหารนอกราชการ สามีของผู้ตาย ขณะกำลังขี่รถจักรยานยนต์วนไปมาอยู่ภายในหมู่บ้าน จากการตรวจค้นพบหัวแมวถูกตัดขาดอยู่ใต้เบาะที่นั่ง ส่งกลิ่นเหม็นเน่า และยังพบตุ้มหูทองคำอยู่ในถังน้ำมันรถอีก 1 ข้าง

จากการสอบสวน ร.ต.บุญงาม พูดจาให้การวกไปวนมาคล้ายกับคนมีอาการทางประสาทว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่าผู้ตายซึ่งเป็นภรรยาแต่อย่างใด โดยก่อนหน้านี้ได้พบศพคนตาย แต่ไม่ทราบว่าเป็นใครนอนอยู่ในบ้านเพราะใบหน้าเละไปหมด แต่พบว่าที่ศพมีตุ้มหูทองคำห้อยอยู่จึงใช้มีดและขวานตัดลำคอและศีรษะออกมาเพื่อแกะตุ้มหูออก ส่วนมือทั้งสองข้างได้ตัดทิ้งไปด้วย จากนั้นจึงลากศพที่เหลือเฉพาะลำตัวและขาของผู้ตายไปทิ้งไว้ในสระน้ำหน้าบ้าน ส่วนศีรษะนำไปวางไว้ริมถนนภายในหมู่บ้านห่างจากจุดที่ทิ้งศพประมาณ 500 เมตร ขณะที่แขนซ้ายได้นำไปโยนทิ้งไว้กลางทุ่งนาห่างจากบ้านพักไปประมาณ 50 เมตร

หลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้น ตำรวจได้นำตัว ร.ต.บุญงาม ไปค้นหาชิ้นส่วนของศพ พบเพียงแขนซ้ายและหัวของผู้ตายเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อตำรวจได้ตรวจชิ้นส่วนที่พบก็ถึงกับตะลึง เมื่อได้พบกับภาพที่น่าสยดสยอง คือ บริเวณศีรษะของผู้ตายถูกถลกหนังหัวออก ส่วนใบหน้าก็ถูกของมีคมลอกออกไปจนเหลือเห็นแต่เพียงกะโหลกศีรษะ

ทั้งนี้ ร.ต.บุญงาม อ้างว่า ได้ถลกหนังศีรษะของผู้ตายออกไปเพื่อจะนำไปแจ้งให้ผู้ใหญ่บ้านทราบว่ามีคนตาย แต่เนื่องจากหนังศีรษะส่งกลิ่นเหม็นมากจึงขว้างทิ้งไป และจำไม่ได้ว่าทิ้งที่ไหน ส่วนใบหน้าของผู้ตายที่ลอกออกไปนั้น ได้ขว้างขึ้นไปบนหลังคาบ้านพักของเพื่อนบ้านในบริเวณใกล้เคียง ตำรวจจึงได้ให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยปีนขึ้นไปเพื่อหาใบหน้าของผู้ตาย

ส่วนสาเหตุของการสังหารโหดครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่า ร.ต.บุญงาม ได้ใช้ขวานฟันที่ศีรษะของผู้ตายจนกะโหลกแตกมันสมองกระจาย จากนั้นได้ลงมือตัดศีรษะ ถลกใบหน้าและหนังศีรษะ พร้อมลงมือตัดแขนทั้งสองข้างออกจากร่างกาย ก่อนที่จะนำชิ้นส่วนต่างๆ ไปทิ้งทั่วหมู่บ้าน อย่างไรก็ตาม หลังจากลงมือสังหารผู้ตายแล้ว ร.ต.บุญงาม ยังได้ฆ่าแมวและสุนัขที่เลี้ยงไว้กว่า 10 ตัว โดยตัดศีรษะและถลกหนังทิ้งไว้ทั่วบ้านพัก

พ.ต.ท.ธนู ขำโอด พนักงานสอบสวน สภ.อ.วังทอง จ.พิษณุโลก เจ้าของคดี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุศาลจังหวัดพิษณุโลกได้ออกหมายจับ ร.ต.บุญงาม แล้วในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา หรือกระทำการอันเป็นการทารุณกรรม โดยแยกขังเดี่ยวที่ สภ.อ.วังทอง เพราะเกรงว่าหากขังรวมอาจไปทำร้ายเพื่อนผู้ต้องขังหรือก่อเหตุที่ไม่คาดคิดได้ ส่วนการสอบสวนจะดำเนินการไปตามกฎหมาย โดยจะนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสภาพทางจิตว่าขณะก่อเหตุรู้ตัวหรือควบคุมตัวเองได้หรือไม่

น.พ.ปริทรรศ ศิลปกิจ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า พฤติกรรมของผู้ที่ก่อเหตุรายนี้ เป็นพฤติกรรมที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ส่วนใหญ่จะเกิดอาการจิตหลอนเนื่องจากผ่านประสบการณ์การสู้รบหรือไม่นั้น จะต้องตรวจสอบดูประวัติเสียก่อนเพราะยังมีสาเหตุอื่นอีกมากที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอาการจิตหลอน เช่น ติดสุรา ยาเสพติด ความเครียด และความผิดปกติของสมอง

สำหรับ ร.ต.บุญงาม เคยรับราชการเป็นทหารบก สังกัดกองทัพภาคที่ 3 และเคยผ่านการรบในสมรภูมิบ้านร่มเกล้า อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เมื่อปี 2530 โดยหลังจากปฏิบัติภารกิจดังกล่าวเสร็จสิ้น ทำให้สภาพจิตใจไม่ปกติเหมือนเดิม ซึ่งทางหน่วยราชการต้นสังกัดจึงได้ให้ลาออกในปี 2545 โดยเลื่อนยศให้เป็นร้อยตรีและรับเงินบำนาญเดือนละ 18,000 บาท

อย่างไรก็ตาม หลังจาก ร.ต.บุญงาม ลาออกจากราชการมาแล้วได้กลับมาอยู่บ้านพักกับผู้ตาย จากการสอบสวนทราบว่า ร.ต.บุญงาม ได้ติดสารระเหยเป็นกาวยี่ห้อ 3 เค มานานกว่า 2 ปี โดยจะมีอาการทางประสาทและมักจะก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับผู้ตายเป็นประจำทุกวัน ซึ่งในบางครั้งก็ใช้มีดไล่ฟันกันจนเลือดตกยางออก ทำให้เพื่อนบ้านทนอยู่ไม่ได้ต้องย้ายหนีออกไปเพราะกลัวจะเป็นอันตราย
ไม่มีความคิดเห็น :

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น